ภพลัคนาแห่งดวงโลก

               กำหนดให้ราศีเมษเป็นลัคนา

               ภพแรก คือ ภพที่ลัคนา สถิต อันเป็นภพ ตนุ คือราศีเมษ ซึ่งอังคาร ๓ เป็นเกษตร ประจำราศี ฉะนั้น อังคาร ๓ จึงมีความหมาย ถึงการเกิด หรืออุบัติขึ้น จาก ความหมาย แห่ง ภพ “ตนุ”

               อังคาร ๓ เป็นเกษตร อีกราศีหนึ่ง คือราศีพิจิก ซึ่งเป็นภพที่ ๘ จากลัคนาโลก นับเป็นภพมรณะ ฉะนั้นอังคาร ๓ จึงมีความหมายถึง ภยันตราย อุบัติเหตุ สงคราม การฆ่า และการต่อสู้ ซึ่งมาจากความหมายแห่งภพ “มรณะ”

               ศุกร์ ๖ เป็นเกษตร เจ้าเรือน แห่งราศีพฤษภ อันเป็นราศีที่ ๒ จากลัคนาโลก ซึ่งนับจากลัคนาเป็นภพ กดุมภะ ฉะนั้นศุกร์ ๖ จึงเป็นดาวที่มีความหมายถึงเงินและทรัพย์สิน ซึ่งมาจากความหมายแห่งภพ “กุดมภะ”

               ศุกร์ ๖ เป็นเกษตร อีกราศีหนึ่ง คือราศี ตุลย์ ซึ่งเป็นภพที่ ๗ จากลัคนาโลก ซึ่งนับจากลัคนา เป็นภพปัตนิ ฉะนั้นศุกร์ ๖ จึงเป็นดาวที่มีความหมายถึงความรัก และกามกิเลสโลกีย์ ซึ่งมาจากความหมายแห่งภพ “ปัตนิ”

               พุธ ๔ เป็นเกษตรเจ้าเรือนราศีมิถุน ซึ่งเป็นภพที่ ๓ จากลัคนาโลก นับจากลัคนาเป็นภพสหัชชะ ฉะนั้นพุธ ๔ จึงเป็นดาวที่มีความหมาย ถึงการติดต่อ ข่าวคราว การคบหา (เพื่อน) ซึ่งมาจากความหมายแห่งภพ “สหัชชะ”

               พุธ ๔ เป็นเกษตร อีกราศีหนึ่งคือราศีกันย์ ซึ่งภพที่ ๖ นับจากลัคนาโลกเป็นภพอริ ฉะนั้นพุธ ๔ จึงเป็น ดาวที่มีความหมายถึงความขัดแย้งอุปสรรค ซึ่งมาจากความหมายแห่งภพ “อริ”

               จันทร์ ๒ เป็นเกษตร เจ้าเรือนกรกฎ ซึ่งเป็นภพที่ ๔ จากลัคนาโลก นับจากลัคนาเป็นภพพันธุ ฉะนั้นจันทร์ ๒ จึงเป็นดาวที่มีความหมายถึงมารดา ซึ่งมาจากลัคนาเป็นภพพันธุ ฉะนั้นจันทร์ ๒ จึงเป็นดาวที่มีความหมายถึงมารดา ซึ่งมาจากความหมายแห่งภพ “พันธุ”

               อาทิตย์ ๑ เป็นเกษตร เจ้าเรือนราศีสิงห์ ซึ่งเป็นภพที่ ๕ จากลัคนาโลก นับจากลัคนาเป็นภพ ปุตตะฉะนั้น อาทิตย์ ๑ จึงเป็นดาวที่มีความหมายถึงการริเริ่มใหม่ ๆ ซึ่งมาจากความหมายแห่งภพ “ปุตตะ”

               พฤหัส ๕ เป็นเกษตร เจ้าเรือนราศีธนู ซึ่งเป็นภพที่ ๙ จากลัคนาโลก นับจากลัคนาเป็นภพศุภะ ฉะนั้นพฤหัสบดี ๕ จึงเป็นดาวที่มีความหมายถึงคุณธรรม ศีลธรรม ที่พึ่ง ซึ่งมาจากความหมายแห่งภพ “ศุภะ”

               พฤหัสบดี ๕ เป็นเกษตร อีกราศีหนึ่ง คือราศีมีน ซึ่งเป็นภพที่ ๑๒ จากลัคนาโลก นับจากลัคนาเป็นภพวินาศ ฉะนั้นพฤหัสบดี ๕ จึงเป็นดาวที่มีความหมายถึง ความผิดหวัง การหลุดพ้น ซึ่งมาจากความหมายแห่งภพ “วินาศน์”

               เสาร์ ๗ เป็นเกษตรเจ้าเรือน ราศีมังกร ซึ่งเป็นภพที่ ๑๐ จากลัคนาโลก นับจากลัคนาเป็นภพ “กัมมะ” ฉะนั้นเสาร์ ๗ จึงเป็นดาวที่มีความหมายถึงความเหนื่อยยาก อดทน ซึ่งมาจากความหมาย แห่งภพ “กัมมะ”

               ราหู ๘ เป็นเกษตร เจ้าเรือนราศีกุมภ์ ซึ่งเป็นภพที่ ๑๑ จากลัคนาโลก นับจากลัคนาเป็นภพลาภะ ฉะนั้น ราหู ๘ จึงเป็นดาวที่มีความหมายถึง โชคลาภ ฟลุ๊ก ซึ่งมาจากความหมาย แห่งภพ “ลาภะ”

               ความหมายต่าง ๆ นี้ เป็นความหมายดั้งเดิมแต่โบราณ ปัจจุบันนี้ การใช้ความหมายบางความหมาย เลือนรางไป เพราะความหมายใหม่ ๆ เกิดขึ้นทดแทนทับถมมากขึ้นทุกดวงดาว

               ถ้าพิจารณาให้ดีจะมีข้อน่าสังเกตว่า จะเป็นเจตนารมณ์ของโบราณจารย์ท่านปรารถนา แสดงธรรมมะ หรือปรัชญา ของชีวิตไว้ให้ทราบ คือดาวเป็นเกษตร ๒ ราศี จะมีความหมาย ทุกข์ –สุข ตรงกันข้ามกันเสมอ นอกจากดาวศุกร์ ๖ เท่านั้น

               อังคาร ๓         =          การเกิด – การตาย ก่อให้เกิด – ทำลายให้ตาย สร้างสรรค์ – ทำลายล้าง

               พุธ ๔              =          มีมิตร – มีศัตรู, ไมตรีจิตร – ความขัดแย้ง

               พฤหัสบดี ๕     =          ที่พึ่ง – ความสิ้นหวัง, ผิดหวัง

               การหาตนุเศษ

               การหาตนุเศษ คือให้ดูว่า ลัคนาอยู่ราศีใด มีดาวอะไรเป็นเกษตรเริ่มนับลัคนาเป็น ๑ ไปหาดาวตนุลัคน์ของตน (คือ ดาวเจ้าเรือนเกษตรประจำราศีลัคนา) นับได้เท่าใดเอาเป็นจำนวนตั้งลง แล้วเอาราศีที่ดาวตนุลัคน์ของตนสถิตอยู่เป็น ๑ ไปหาดาวเจ้าเรือนเกษตรที่ดาวตนุลัคน์อาศัยอยู่ ได้เท่าใดเอามาคูณ แล้วเอา ๗ หาร เหลือเศษเท่าใดให้ไปกากบาทที่จำนวนเศษนั้น คือกาลงที่ดวงดาวที่เป็นจำนวนเศษนั้นเอง เรียกว่า ตนุเศษ หากลัคนา อยู่ในราศีที่มีดาวเกษตร เป็นเจ้าเรือนประจำอยู่ หรือเรียกว่าดาวเกษตร กุมลัคน์อยู่ด้วยแล้ว จะนับได้ ๑ และไม่ต้องนับต่อไปอีกให้ถือว่าเศษ ๑ หรือดาวอาทิตย์ คือ ตนุเศษ

               ถ้าลัคนาอยู่ราศีกุมภ์ให้นับหา เสาร์ ๗ ไม่ใช่นับหา ราหู เพราะราหู ๘ ไม่มีเกณฑ์ เป็นตนุเศษ

               ตนุเศษนี้ ท่านกล่าวว่ามีคุณสมบัติ เทียบเท่าลัคนา คือเป็นลัคนาได้อีกตัวหนึ่ง แต่ตนุเศษ หมายถึง นิสัยหรืออารมณ์ของบุคคลตามดาวที่เป็นตนุเศษนั้น  วิธีหาตนุเศษ ก่อนจะลงมือหาตนุเศษ เราต้องทราบเสียก่อนว่า ดาวชาตานั้น ลัคนาอยู่ราศีใด ตนุลัคน์เป็นดาวเคราะห์ดวงใด และไปสถิตอยู่ราศีใด

               นับจากลัคนาไปถึงราศีตนุลัคน์ประจำอยู่ เป็นจำนวนเลขห่างกันได้กี่ราศี ตั้งจำนวนเลขที่นับได้นี้ไว้ก่อน = ก.

               แล้วนับที่ตนุลัคน์สถิตอยู่ไปเป็นต้นไป ไปยังดาวเคราะห์เกษตรเรือนในของราศีที่ตนุลัคน์สถิตอยู่อีกทีหนึ่งว่าไปอยู่ในราศีใด เป็นจำนวนห่างกันได้กี่ราศี ตั้งจำนวนที่นับได้ไว้อีก = ข

               ให้นำผลลัพธ์ที่นับได้ทั้ง 2 คราวนั้น คือ เอา ก. กับ ข. มาคูณกันได้เท่าไรเอา 7 หาร ลัพธ์ไม่ต้องการ ต้องการเพียงเศษจาก 7 หารเท่านั้น เศษที่ได้นั้นคือ “ตนุเศษ”

               ตนุเศษเกิดจากเศษที่หารด้วย ๗ ถ้ามีเศษ ๐ หรือลงตัวพอดี ก็ถือว่ามีเศษเป็น ๗ แสดงว่า ตนุเศษมีตั้งแต่ดาว ๑ ถึงดาว ๗ ที่เป็นตนุเศษเท่านั้น ส่วนราหู เกตุ มฤตยู ไม่มีเกณฑ์ เป็นตนุเศษเลย

               ตัวอย่าง ดวงชาตา วิธีหาตนุเศษ

               ตัวอย่าง เช่น ลัคนา สถิตราศีตุลย์ มีดาว ๖ เป็นตนุลัคน์ ดาวตนุลัคน์ในดวงชาตา ไปอยู่ในราศีสิงห์ ก็นับจากราศีตุลย์ไปหาดาว ๖ ได้จำนวนเลขเป็น 11 ตั้ง ไว้ก่อน = ก. ได้ 11

               ดาว ๖ อยู่ราศีสิงห์ มีดาว ๑ เป็นเกษตรในเรือนและดาว ๑ ในดวงชาตาสถิตอยู่ในราศีตุลย์กุมลัคนาอยู่ ก็นับจากราศีสิงห์ถึงราศีตุลย์ ได้จำนวนเลขเป็น 3 ตั้งไว้อีก = ข. ได้ 3

               นับผลลัพธ์ที่นับได้ 2 คราวคือ ก. กับ ข. มาคูณกันจะได้ดังนี้ 11x3 = 33 แล้วให้เอา 7 หาร 33 ได้ผลลัพธ์ 4 (ไม่ต้องการ) เหลือเศษ 5 จำนวนเศษที่มีค่า คือ 5 นี้เป็น ตนุเศษ ให้ทำเครื่องหมาย กากบาท + ไว้ที่ เลข ๕ คือ ดาวพฤหัสบดี ในดวงชาตา ที่ราศีมีน

               หลักพยากรณ์ เรื่องตนุเศษ

               ดาวเคราะห์ที่ดวงใดที่เป็นตนุเศษ หมายถึงเป็นการเปรียบเทียบนิสัยอารมณ์บุคคลนั้น ๆ ตามนิสัยของดาวพระเคราะห์นั้น ๆ ตั้งแต่ดาวอาทิตย์ ๑ จนถึงดาวเสาร์ ๗ มีความหมายต่าง ๆ ดังนี้

               ดาว ๑ เป็นตนุเศษ แสดงถึงจิตใจ มีความรับผิดชอบในตัวเอง โกรธง่ายหายเร็ว มีความใฝ่สูง การคำนึงถึงเกียรติยศชื่อเสียง มีความใฝ่สูงมุ่งหวังความก้าวหน้า ชอบความอิสรเสรี มักชอบแสดงอำนาจ


  ดาว ๑ เป็นตนุเศษ แสดงถึงจิตใจ มีความรับผิดชอบในตัวเอง โกรธง่ายหายเร็ว มีความใฝ่สูง การคำนึงถึงเกียรติยศชื่อเสียง มีความใฝ่สูงมุ่งหวังความก้าวหน้า ชอบความอิสรเสรี มักชอบแสดงอำนาจ

               ดาว ๒ เป็นตนุเศษ แสดงถึงจิตใจ สงบเสงี่ยมเหมือนผู้หญิง ชอบความสวยงาม ชอบในสิ่งอ่อนหวาน เป็นคนใจเย็น เก็บความรู้สึกได้เก่ง กรุ้ม


 ดาว ๓ เป็นตนุเศษ แสดงถึงจิตใจ กระตือรือร้น เอาการเอางาน ไม่ค่อยพูดมาก มีความกระหายแรงกล้า เด็ดเดี่ยว ว่องไว มักมีความพยาบาท อิจฉาริษยา ดื้อดึง หัวแข็ง ทิฐิมานะ แสนงอน สุลุ่ยสุร่าย ไม่คิดหน้าคิดหลัง โมโหโทสะร้าย ขาดความยั้งคิด

               ดาว ๔ เป็นตนุเศษ แสดงถึงจิตใจอ่อนโยน เปลี่ยนแปลงง่าย ไม่โกรธใครง่าย มีความอ่อนหวาน อารมณ์ดี ความคิดสงบ ไม่ค่อยกระตือรือร้น มีหลักการเที่ยงธรรม มักโอนเอียงง่าย ไม่ทะเยอทะยานหรือใฝ่หา มักโอนเอียงไปทาง ศาสนาบุญทาน

               ดาว ๕ เป็นตนุเศษ แสดงถึงจิตใจ เป็นผู้ที่มีสติ จิตใจมีศีลธรรม ท่าทางสงบไม่ไหวติง มีความสัตย์ ใฝ่หาวิชาความรู้ มีเมตตา มีหลักและข้อคิดเป็นผู้ใหญ่ บุคลิกลักษณะเป็นหัวหน้าและผู้นำ หรือผู้รอบรู้เช่นครูบาอาจารย์

               ดาว ๖ เป็นตนุเศษ แสดงถึงจิตใจ มีความสนุกสนานร่าเริง ขี้เล่น ร้องรำทำเพลง เริงรมณ์ทั้งหลาย ชอบของหอม ใจอ่อนต่อมนต์ธรรมชาติแห่งความพิศวาสได้ง่าย เต็มไปด้วยความเคลิบเคลิ้ม มีความร่าเริงยินดีจิตใจปลอดโปร่งไม่มีความทุกข์เท่าใดนัก

               ดาว ๗ เป็นตนุเศษ แสดงถึงจิตใจ มีความวิตกทุกข์ร้อน หวาดระแวงคิดมาก มีความพยาบาทสูง ชอบขลุกอยู่กับธรรมเรื่องธรรมชาติ ใจน้อยบึกบึน หงุดหงิดโดยหาเหตุผลไม่ได้ ชอบสงบ สันโดษ

               ตนุเศษ สถิตภพใด ความหมายเป็นไปตามภพนั้น

               ตนุเศษ สถิตภพตาม คือร่วมลัคนา คือจิตใจร่วมด้วยตนุ คือเป็นคนเปิดเผยจริงใจ คิดสิ่งใดทำสิ่งนั้น และมีความคิดคำนึงถึงเรื่องส่วนตัว ส่วนตนก่อนสิ่งอื่น

               ตนุเศษ สถิตภพกดุมภะ อันเป็นเรื่องของการเงิน แสดงถึงจิตใจเจ้าชะตา ย่อมคิดถึงเรื่องการสร้างฐานะ หรือ คิดถึงเหตุใดเหตุหนึ่ง ที่จะมีผลประโยชน์เป็นเงินเป็นทอง เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ฉลาดและพอใจในการหารายได้

               ตนุเศษสถิตภพสหัชชะ อันเป็นภพที่มีความหมายถึงเพื่อน และสังคม แสดงถึงเจ้าชะตาขอใจในการคบหามิตรสหาย พอใจใฝ่ฝันในชื่อเสียง และในสังคม

               ตนุเศษ สถิตภพพันธุ แสดงถึงเจ้าชะตา เอาใจใส่ในญาติพี่น้องเป็นพิเศษ มีจิตใจอยู่กับญาติ และเผ่าพงษ์วงศ์ตระกูล

               ตนุเศษสถิต ภพปุตตะ แสดงถึงเจ้าชะตามีจิตใจ ผูกพัน กับเด็ก รักเด็ก รักความสนุกสนาน มีความคิดริเริ่มใหม่ ๆ ชอบ แสวงหาสิ่งใหม่ ๆ ในชีวิต

               ตนุเศษสถิตภพอริ แสดงถึงเจ้าชะตา มีความคิดที่หวาดระแวงกลัวอุปสรรคมากกว่าปกติ คิดการสิ่งใด มักจะคิดมากเกินการณ์ คิดเรื่องอุปสรรคก่อนอื่นและมักมีความวิตกกังวลเป็นนิสัย

               ตนุเศษสถิตภพปัตนิ แสดงถึงเจ้าชะตา มีความรักครอบครัว เอาใจใส่ในครอบครัวมากเป็นพิเศษ และพอใจในชีวิตเพศตรงข้าม

               ตนุเศษสถิตภพมรณะ แสดงถึงเจ้าชะตา มักมีความประมาท คิดการสิ่งใดไม่ถี่ถ้วน ไม่รอบคอบ ห่วงใยในสุขภาพ หวั่นเกรงในความป่วยไข้มาก

               ตนุเศษสถิตภพศุภะ แสดงถึงเจ้าชะตามักพอใจในครรลองชีวิต ของความสงบ ยึดมั่นในคุณธรรม ศีลธรรมอันดี มักพอใจในความเป็นอยู่ของตนมีความรู้สึกในความผิดชอบชั่วดี

               ตนุเศษสถิตภพกัมมะ แสดงถึง เจ้าชะตามุ่งมั่นในกิจกรรมการงานรักงานมีจิตใจรับผิดชอบในกิจการงานดี มักขยันในหน้าที่การงาน

               ตนุเศษสถิตภพลาภะ แสดงถึงเข้าชะตาค่อนข้างประมาท คิดการสิ่งใด คิดแต่ความสำเร็จ และผลที่ได้ เพียงด้านเดียว มักมองข้ามอุปสรรคเสียหมด มีจิตใจดิ้นรนในการแสวงหามิหยุดหย่อน

               ตนุเศษสถิตภพวินาศน์ แสดงถึงเจ้าชะตา เป็นผู้ที่เก็บความรู้สึก ซ่อนความรู้สึก มักไม่ใคร่แสดงออกให้ผู้อื่นได้รู้เห็น รักหรือเกลียดทุกข์ หรือสุข ซ่อมไว้ในจิตใจของตนเอง ผู้พบเห็นอ่านอุปนิสัย และจิตใจยาก

               เปรียบดาวกับต้นไม้

               สมัยโบราณเราได้มีการเปรียบเทียบเพี่อความเข้าใจง่าย เพราะว่า การศึกษาก็ดี การที่จะหาความรู้กันก็ดี ยังเป็นเรื่องล้าสมัยหรือเป็นไปด้วยความยากยิ่ง แม้แต่ความรู้ความสามารถที่จะรับรู้สิ่งต่าง ๆ ก็ยังเป็นการยากอยู่และอีกอย่างหนึ่งวิวัฒนาการทางเครื่องมือเครื่องใช้ส่วนประกอบในการเล่าเรียนยังน้อยอยู่ ท่านจึงได้เปรียบเทียบดาวกับต้นไม้เพื่อให้นักศึกษาจะได้จดจำไปง่ายเข้า เป็นการเปรียบเทียบที่มีความคิดแยบยลดีมาก

               เปรียบดาวกับต้นไม้

                        ลัคนาคือต้นไม้ใหญ่                อาทิตย์ไซร้คือรากพฤกษา

               จันทร์คือแก่นมหึมา                          อังคารสิหนา คือใบตระการ


 พุธคือดอกดวงมาลย์                         พฤหัสคือผลรับประทาน

               ศุกร์คือเปลือกหอมหวาน                   เสาร์คือกิ่งก้านสาขา

               ราหูคือตัวสัตวามอดคอยกัดกิน           ให้สูญสิ้นส่วนทั้งหลาย

               ดวงชาเปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ เมื่อเราทราบแล้ว่า ดวงชาตา คือ แผนที่ชีวิตสำหรับบุคคลหนึ่ง ๆ ว่าจะมีชีวิตเป็นไปอย่างไรจะมีบุญวาสนามีกรรมแค่ไหน จะรุ่งโรจน์ หรือคับแค้น เป็นต้น ซึ่งมีลัคนาสถิตเป็นจุดสำคัญ หมายถึงร่ายกายของคนเรา ทั้งร่ายกาย อันเปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ ๆ หนึ่งต้น ประกอบไปด้วย รากแก้ว แก่น ใบ ดอก เกษร ผล เปลือก กิ่ง และสิ่งที่คอยทำลายคือตัวมอดหรือด้วง ฉะนั้นจึงนำมาเปรียบเทียบให้ดูพอสรุปสังเขปดังนี้

               ลัคนา หมายถึง ลำต้นรวมทั้งหมด

               ลัคนาเป็นต้นไม้ใหญ่ ส่วนประกอบอื่น ๆ ของต้นไม้ ถ้าส่วนประกอบดี ต้นไม้แข็งแรง งอกงามเจริญเติบโตดี ชีวิตก็เจริญรุ่งเรืองดีเด่น ถ้าต้นไม้ไม่แข็งแรง หรือมีส่วนเสียหายต้นไม้เหี่ยวแห้งไม่งอกงามให้ดอก หรือผลไม่เต็มที่ ลัคนาหรือชีวิตก็ไม่เด่น ไม่เจริญรุ่งเรือง

               อาทิตย์ หมายถึง รากแก้ว เป็นหลักของชีวิต การดำเนินชีวิต อาทิตย์ ๑ ก็คือราก เป็นส่วนยึดของลำต้น ถ้ารากแก้วดีก็ยึดเหนี่ยวลำต้นให้ดำรงคงทนถาวร เปรียบเหมือนชีวิตมนุษย์ ถ้าหลักของชีวิตดีก็ดำเนินชีวิตอย่างเข้มแข็ง เจริญก้าวหน้าไม่คลอนแคลน ถ้าส่วนยึดเหนี่ยวของลำต้นไม่ดี ก็หมายถึง ชีวิตลุ่ม ๆ ดอน ๆ เดี๋ยวตกอับเดี๋ยวดี รากแน่นหนา ต้นไม้ก็คงทน อาทิตย์ดี ชีวิตก็มั่นคง เป็นหลักใหญ่

               จันทร์ หมายถึง แก่นหรือดวงใจ

               จันทร์ ๒ คือ แก่น หมายถึง ส่วนลึกของร่าง คือ ดวงใจ เปรียบเหมือนแก่นจันทร์ ถ้าดีก็หอม ถ้าแก่นเสียก็เปรียบเหมือนโพรง เหมือนต้นไม้ แก่นไม่ดีมีโพรง ต้นไม้ก็ต้องผุพังอยู่ไม่ทนทานมีแต่จะทรุดโทรมเหี่ยวเฉา คนก็เหมือนกัน ถ้าอารมณ์ดี จิตใจดี ก็เป็นที่ชื่นชมของคนทั่วไป จันทร์คือแก่นมหึมา ถ้าแก่นไม้แข็งแรงไม่มีโพรงไม่เสีย จันทร์ในดวงชาตาดีก็มั่นคง

               อังคาร หมายถึง ใบ คือ อำนาจ ความสามารถที่ปกคุมให้ความร่มเย็น

               อังคาร ๓ สิหนาคือใบตระการ อังคาร หมายถึงใบไม้ที่ปกคลุมแผ่กิ่งก้านปกคลุมให้ความร่มเย็น อังคารคือใบให้ความสามารถที่เข้มแข็ง เปรียบเหมือน อังคาร ๓ ในดวงชาตา ถ้าอังคาร ๓ ดีเข้มแข็งก็มีคนเคารพยำเกรง มีอำนาจดี ถ้าอังคาร ๓ เสีย ก็หมดอำนาจ ไม่มีคนเกรงกลัว เปรียบเหมือนใบไม้ให้ความร่มเย็น อังคารในดวงชาตาเด่นชีวิตก็รุ่งเรืองมีอำนาจบารมี

               พร หมายถึง ดอกเกษตร อันหมายถึงคำพูด หรือสำเนียงที่เปล่งออกจากปาก ถ้าดีปากก็เป็นเงินเป็นทอง ถ้าเสียปากก็เสียเงินเสียทอง

               พุธ ๔ คือ ดอกดวงมาลย์ พุธก็คือดอกนั่นเอง ดอกไม้หอมย่อมมีกลิ่นที่จะกระจายไปไกลเป็นที่ชื่นชมของหมู่แมลง ดอกไม้งามดอกไม้หอมมีแต่คนชื่นชอบ เปรียบเหมือนคนเราถ้าปากดีพูดดีก็เป็นที่ชื่นชอบของผู้คน พูดดีเป็นเงินเป็นทอง หมายความถึงการพูด การเจรจา หรือคำพูดที่หลุดออกจากปาก พูดดีเป็นศรีแก่ปาก ดังมีคำพังเพย ของคนสมัยโบราณที่พูดว่า ดอกพิกุลจะล่วงนั่นหมายถึงว่า การพูดที่หลุดออกมาจากปาก ถ้าดอกไม้หอมก็มีคนชอบเด็ดเอามาไว้สูดดมกลิ่นหอมนั้น ดาวพุธดี ปากก็ดี

               พฤหัส หมายถึง ผล คือสิ่งที่สำเร็จมาจากความคิดและการกระทำ

               พฤหัส ๕ คือ ผลรับประทาน ก็คือผลที่รับประทานได้ ต้นไม้มีผลงอกงามแล้วคนก็เด็ดกิน เป็นผลประโยชน์ ผลไม้ดีก็มีประโยชน์ เปรียบเหมือนคนเราถ้าไม่ประสบความสำเร็จก็ไม่มีผลอันใดตอบแทน ถ้าในดวงชาตาของใคร พฤหัสบดี เด่น ก็มีความสำเร็จในชีวิต มีความอุดมสมบูรณ์ เหมือนเรารอผลไม้ ดวงชะตาใครที่พฤหัสเสีย ผลไม้ก็ไม่ออกผลให้เรารับประทานเช่นกัน เปรียบเหมือนกับความสำเร็จในชีวิต

               ศุกร์ หมายถึง เปลือก คือสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา ถ้าดีก็ดูสวยงาม ถ้าเสียก็ดูน่าเกลียด น่าชังหาคนที่รักใคร่ที่แท้จริงไม่ได้

               ศุกร์ ๖ คือ เปลือกหอมหวาน เปลือกคือสิ่งที่อยู่รอบต้นไม้ ถ้าเปลือกดีก็มีคุณประโยชน์ใช้ทำยาทำอะไรก็ได้ตามแต่ประเภทของต้นไม้ และดูสวยงาม ถ้าในดวงชาตาใครก็ตาม ดาวศุกร์ดี เด่น ก็ดูสวยดูดี เป็นที่ต้องตาต้องใจของคนทั่วไป ความรักก็สดชื่น แจ่มใส่ถ้าดาวศุกร์เสีย ก็มักมีปัญหาเรื่องความรัก ดูภายนอกไม้เป็นผู้ที่สวยงาม ไม่มีเสน่ห์แก่ผู้ที่พบเห็น ไม่เป็นที่ต้องตาต้องใจ หาคนที่จะชอบพอจริง ๆ ก็ยาก เปลือกไม้สวยเปลือกไม้มีประโยชน์คนก็ชอบ ศุกร์ในดวงชาตาดี เด่น ก็เป็นที่รักของคนทั่วไป แลดูเป็นคนที่สวยงาม ชอบแต่งตัว

               เสาร์ หมายถึง กิ่ง คือหมายถึงสิ่งที่ยื่นออกไป คือการงานสมบัติ ถ้าดีก็มีไร่นาสาโทมากมาย ถ้าเสียก็เป็นคนเอาแต่ได้และคับแค้น

               เสาร์ ๗ คือ กิ่งก้านสาขา ต้นไม้ก็ต้องมีกิ่งยื่นออกไป มีก้านยื่นออกไป เป็นส่วนประกอบของลำต้น กิ่งก้านสาขามากขึ้น ลำต้นก็ใหญ่ขึ้น เปรียบเสมือนกับคนเราเหมือนกัน ต้องมีการแผ่ขยายแตกกิ่งก้านสาขาออกไป เหมือนกับงานต้องมีการขยายกว้างออกไป ต้องมีทรัพย์สมบัติ มีเลือกสวนไร่นา มีถิ่นฐานบ้านช่อง มีข้าทาสบริวาร ต้นไม้ที่ไม่มีกิ่งก้านสาขาจะเป็นต้นไม้ที่แห้งเหมือนต้นไม้ที่กำลังจะตาย เปรียบกับคนเรา ถ้าไม่มีทรัพย์สมบัติ ไม่มีลูกหลาน เหมือนกับ ยืนรอความตาย ไม่มีความหวังในชีวิต ในดวงชาตาใคร ดาวเสาร์เด่น ก็มีหลักทรัพย์ดี ถ้าเสาร์เสียก็กลายเป็นคนตัวคนเดียวไปเหมือนกับคนใจแคบ กิ่งก้านแตกสาขาต้นไม้ก็เจริญดี เสาร์ในดวงดี ก็มีฐานะหลักฐานมั่นคง

               ราหู หมายถึง ตัวมอดตัวด้วง คือสิ่งที่คอยทำลายอยู่ที่ไหนทำลายที่นั่น

               ราหู ๘ คือ สัตวา มอดคอยกัดกิน ราหูก็คือ ตัวมอด หรือตัวด้วง หมายถึง สัตว์ที่คอยกัดกินต้นไม้ให้ชำรุดทรุดโทรม หรือ คอยทำลาย เปรียบเหมือนคนเรา ที่คอยมีสิ่งที่มาทำลายขัดขวาง มอดอยู่กับอะไรก็กัดกินส่วนนั้น อยู่ที่รากก็กัดราก อยู่ที่แก่นก็กัดกินแก่น เปรียบกับในดวงชาตาถ้าราหูไม่ดี อยู่ในตำแหน่งไหนก็ทำลายส่วนนั้น ราหู คือมอดทำลาย ดวงชาตาใดราหูอยู่ในตำแหน่งที่เสียก็ถูกทำลายส่วนนั้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ดาวพฤหัสบดีย้าย ตุลาคม 68 ส่งผลดีแต่ละราศียังไง

BZ HORA YOTHAPHAYAKORN

จากเด็กดอย…ถึงยูนิคอร์น : ดวงส่งด่วน”