ฤกษ์เปิดร้านอาหาร ดูอะไรบ้าง? ทำไมไม่ควรเลือกจาก “วันดี” เพียงอย่างเดียว
ฤกษ์เปิดร้านอาหาร ดูอะไรบ้าง? ทำไมไม่ควรเลือกจาก “วันดี” เพียงอย่างเดียว
การเปิดร้านอาหารเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญของการทำธุรกิจ เพราะนอกจากเรื่องทำเล รสชาติ การบริการ และเงินทุนแล้ว ตามหลักโหราศาสตร์ไทยยังให้ความสำคัญกับ “วันและเวลาที่เริ่มเปิดกิจการ” ด้วย
แต่การหาฤกษ์เปิดร้านอาหาร ไม่ใช่เพียงเปิดปฏิทินแล้วเลือกวันที่เขียนว่า “วันดี” หรือ “วันมงคล” เท่านั้น เพราะฤกษ์ที่เหมาะกับร้านหนึ่ง อาจไม่เหมาะกับอีกร้านหนึ่งก็ได้
1. ต้องดูดวงของเจ้าของกิจการก่อน
หัวใจสำคัญของการวางฤกษ์ คือการพิจารณาว่า วันและเวลานั้นสัมพันธ์กับดวงของเจ้าของร้านอย่างไร
เนื่องจากเจ้าของเป็นผู้รับผลของกิจการโดยตรง จึงควรพิจารณาลัคนา ดาวเจ้าเรือนสำคัญ รวมถึงดาวที่เกี่ยวข้องกับการเงิน การค้า ลูกค้า และความสำเร็จของกิจการ
บางวันที่โดยทั่วไปถือว่าเป็นวันดี แต่อาจเป็นวันที่ดาวบางดวงส่งผลไม่เหมาะกับดวงของเจ้าของร้านก็ได้
ดังนั้น ฤกษ์ที่ดีจึงควรเป็น “ฤกษ์ที่เหมาะกับเจ้าของกิจการ” มากกว่าการเลือกวันดีแบบเดียวกันสำหรับทุกคน
2. ต้องดูประเภทของร้านอาหาร
ร้านอาหารแต่ละประเภทมีลักษณะธุรกิจแตกต่างกัน เช่น
ร้านอาหารทั่วไป
ร้านกาแฟและคาเฟ่
ร้านอาหารกลางคืน
ร้านอาหารเดลิเวอรี
ร้านขนมและเบเกอรี่
ร้านอาหารระดับพรีเมียม
ร้านอาหารที่เน้นนักท่องเที่ยว
ร้านอาหารที่เปิดเฉพาะช่วงเย็นหรือกลางคืน
ลักษณะของฤกษ์ที่ต้องการจึงไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
ตัวอย่างเช่น ร้านที่ต้องการลูกค้าหมุนเวียนจำนวนมาก อาจให้ความสำคัญกับจังหวะที่ส่งเสริม การค้า การเคลื่อนไหว และลูกค้า
แต่ร้านระดับพรีเมียมอาจต้องพิจารณาเรื่อง ชื่อเสียง ภาพลักษณ์ กำลังซื้อ และความมั่นคงของกิจการ เพิ่มขึ้น
3. เวลาที่เปิดร้านครั้งแรกสำคัญ
ในการวางฤกษ์ ไม่ได้ดูเฉพาะ “วันที่” แต่ต้องดู เวลาเริ่มต้น ด้วย
เพราะในวันเดียวกัน เวลา 08.39 น. กับเวลา 10.19 น. อาจให้โครงสร้างของดวงฤกษ์แตกต่างกัน
การกำหนดเวลาจึงควรดูว่า ในขณะที่เริ่มกิจการนั้น
ลัคนาฤกษ์อยู่ตำแหน่งใด
ดาวเจ้าเรือนต่าง ๆ ไปอยู่ภพใด
ดาวการเงินเป็นอย่างไร
ดาวที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าและการค้าส่งผลอย่างไร
มีดาวใดกดทับหรือให้โทษกับจุดสำคัญหรือไม่
จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมฤกษ์ที่ละเอียดจึงมักระบุเวลาเป็นชั่วโมงและนาที ไม่ใช่เพียงบอกว่า “เปิดวันพฤหัสบดี” เท่านั้น
4. เรื่องการเงินต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
ร้านอาหารเป็นกิจการที่มีเงินหมุนเวียนทุกวัน ทั้งรายรับและรายจ่าย
จึงควรตรวจสอบดาวและเรือนที่เกี่ยวข้องกับ
รายได้ — เงินสด — เงินหมุน — กำไร — รายจ่าย — หนี้สิน
เพราะบางฤกษ์อาจทำให้ร้านขายดี แต่รายจ่ายสูง กำไรเหลือน้อย
ขณะที่บางฤกษ์อาจไม่ได้เน้นลูกค้าจำนวนมากที่สุด แต่กลับมีโครงสร้างที่ช่วยเรื่องการบริหารเงินและความมั่นคงได้ดีกว่า
ดังนั้นคำว่า “ขายดี” กับ “มีกำไรดี” ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องเดียวกันเสมอไป
5. ต้องดูเรื่องลูกค้าและการบอกต่อ
สำหรับธุรกิจร้านอาหาร ลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญมาก
ฤกษ์ที่ดีจึงควรพิจารณาเรื่อง
ลูกค้า การติดต่อ การประชาสัมพันธ์ ชื่อเสียง และการกลับมาใช้บริการซ้ำ
ร้านอาหารจำนวนมากไม่ได้เติบโตจากลูกค้าขาจรเพียงอย่างเดียว แต่เติบโตจากลูกค้าที่กลับมากินซ้ำและบอกต่อ
จังหวะที่เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงและการยอมรับจึงเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
6. อย่ามองแค่วันเปิด ต้องดูช่วงหลังเปิดด้วย
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ หลังจากเลือกวันเปิดร้านแล้ว ควรพิจารณาการเดินของดาวในช่วงต่อจากนั้นด้วย
เพราะบางฤกษ์ดูดีในวันเริ่มต้น แต่หลังจากนั้นไม่นานอาจมีจังหวะดาวที่ส่งผลต่อ
เงินทุน
หุ้นส่วน
ลูกน้อง
สัญญาเช่า
อุปกรณ์ภายในร้าน
ปัญหาด้านค่าใช้จ่าย
จำนวนลูกค้า
การวางฤกษ์ที่ละเอียดจึงควรมองทั้ง “จุดเริ่มต้น” และ “ความต่อเนื่อง”
7. แล้ววันเปิดร้านควรทำอะไรเป็นอย่างแรก?
เรื่องนี้สามารถกำหนดให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนวางฤกษ์ เช่น
เปิดประตูร้าน
เปิดไฟ
จุดเตา
เริ่มปรุงอาหาร
รับลูกค้าคนแรก
รับเงินก้อนแรก
เปิดเครื่องคิดเงิน
หลักสำคัญคือควรกำหนดว่า เหตุการณ์ใดถือเป็นการเริ่มต้นของกิจการ แล้วดำเนินการให้ตรงกับเวลาฤกษ์ที่วางไว้
สรุป
การหาฤกษ์เปิดร้านอาหารที่ละเอียด ไม่ได้หมายถึงการหาว่า “วันไหนดีที่สุด”
แต่เป็นการหาว่า
วันไหน เวลาไหน และรูปแบบการเริ่มต้นแบบใด เหมาะกับเจ้าของร้านและลักษณะของกิจการมากที่สุด
เพราะร้านอาหารแต่ละร้านมีเจ้าของต่างกัน ทำเลต่างกัน กลุ่มลูกค้าต่างกัน เงินทุนต่างกัน และรูปแบบการทำธุรกิจก็ต่างกัน
ดังนั้น การวางฤกษ์จึงควรใช้ดวงของเจ้าของกิจการประกอบกับดวงฤกษ์ เพื่อเลือกจังหวะที่เหมาะสมกับธุรกิจนั้นจริง ๆ
ทั้งนี้ โหราศาสตร์เป็นศาสตร์ความเชื่อที่ใช้ประกอบการวางแผน การเปิดร้านให้ประสบความสำเร็จยังต้องอาศัยรสชาติอาหาร คุณภาพวัตถุดิบ การบริการ การบริหารต้นทุน ทำเล และการตลาดควบคู่กันไป